maple แอ้บเวอร์

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ของสะสมสุดสยอง(รอยสักนักโทษ)

ของสะสมสุดสยอง ไหบรรจุรอยสักนักโทษ
ของสะสมสุดสยอง ไหบรรจุ รอยสักนักโทษ เป็นของสะสมที่ แปลก สยองขวัญจริงๆ  เมื่อมีการนำเอา นักโทษ ที่เสียชีวิตแล้วมากรีดเอาผิวหนังที่มี รอยสัก มาเก็บสะสมไว้ในไห สยอง จริงๆ


credit :  ชายเอกผู้ดีอังกฤษ : http://board.postjung.com/601955.html



"พระวอ" วีระชนผู้ไทย


เจ้าพ่อพะวอ นายด่านแม่ละเมา
เมืองหน้าด่านสำคัญทางเหนือของไทย
ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
.........
หลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงกอบกู้เอกราช
ขับไล่อำนาจพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ
และปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์
เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2311
ทรงพระนามว่า พระบรมราชาที่ 4
...........
ครั้งนั้นกรุงศรีอยุธยาทรุดโทรมเสียหายอย่างหนัก
ข้าศึกศัตรูมีทั้งศึกภายนอกโดยเฉพาะจากพม่า
และศึกภายในจากคนไทยที่ตั้งตัวเป็นใหญ่
ทำให้พระราชกรณียกิจส่วนใหญ่ของพระองค์
เป็นเรื่องของการทำสงคราม
เจ้าพ่อพะวอ ชายชาตินักรบแห่งด่านแม่ละเมา
ต้องรับศึกครั้งใหญ่ในเดือน 11 ปี พ.ศ.2318
เมื่อพม่าเคลื่อนทัพเข้ามาในเขตแดนไทย
เจ้าพ่อพะวอมีใบบอกไปยังเมืองหลวง
แต่การเดินทางในสมัยนั้นจากแม่ละเมาถึงธนบุรี
ก็ไม่ทันกองทัพข้าศึกที่ประชิดชายแดน

เจ้าพ่อพะวอตัดสินใจนำกำลังที่มีอยู่ปะทะกับข้าศึก
ทหารทุกท่านกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว สู้รบอย่างเต็มกำลัง
และเมื่อทัพหลวงไปถึง....
ก็ต้องพบแต่ร่างไร้วิญญาณของผู้กล้าที่มือยังกำดาบ
ณ ยุทธภูมิด่านแม่ละเมา เชิงเขาแห่งนี้

วีรกรรมของท่าน เลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน
เพื่อประกาศให้อนุชนได้รับรู้ว่า....
เจ้าพ่อพะวอ คือชายชาตินักรบผู้กล้า
ที่สละชีพเพื่อรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานไทย
...........
ศาลเจ้าพ่อพะวอแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2507
ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยทุกคน
ให้ความเคารพสักการะ
และ..ระลึกถึงคุณความดีที่ท่านโดยตั้งจิตอธิษฐาน
ว่าจะทดแทนคุณแผ่นดินที่ท่านรักษาไว้ให้นี้..ตลอดไป
..........




credit :  หอมเป : http://board.postjung.com/601917.html


สยามเคยทำสงครามนานถึง 14 ปี


อาณาสยามยุทธ คือสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างไทยกับเวียดนามเพื่อแย่งชิงกัมพูชาในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

สาเหตุของสงคราม
ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีอำนาจและอิทธิพลเป็นคู่แข่งกับไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้น มิได้จำกัดที่พม่าเพียงแห่งเดียว ยังมีญวนซึ่งถือเป็นชาติใหญ่อีกแห่งหนึ่ง การที่ไทยขยายอิทธิพลเข้าไปในลาวและเขมรในสมัยกรุงธนบุรีได้ก็เนื่องจากความแตกแยกในญวนเองจากกบฏไกเซิน ซึ่งทำให้ผู้ปกครองญวนทางใต้ต้องเข้ามาพึ่งไทยและขอกำลังไปช่วยปราบกบฏ ซึ่งไทยก็รับปกป้องคุ้มครอง แต่ไม่สามารถแบ่งกำลังไปช่วยได้ ญวนจึงต้องพยายามขยายอิทธิพลเข้าไปในเขมรเพื่อแสวงยุทธปัจจัย เช่น พาหนะและส่วยต่างๆ จนสร้างความตึงเครียดระหว่างไทยกับญวนสมัยปลายกรุงธนบุรี
เมื่อขึ้นสมัยรัตนโกสินทร์ ไทยไม่ต้องการทำสงครามกับพม่าและญวนในเวลาเดียวกัน จึงเลือกอุปถัมภ์องเชียงสือ ผู้นำตระกูลสำคัญของญวนในการรวบรวมชาติญวน จนองเชียงสือสามารถปราบปรามกบฏได้และสถาปนาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์ญวนเรียกว่า พระเจ้าเวียดนามยาลอง อย่างไรก็ดีฝ่ายญวนเองต้องการทรัพยากรจากลาวและเขมรเพื่อเลี้ยงตัวเองและสร้างความเข้มแข็ง จึงต้องขยายอิทธิพลเข้าไปในเขมรและลาวด้วย ฝ่ายไทยเองถึงแม้จะไม่พอใจ แต่ไม่ต้องการทำศึกหลายด้าน จึงทำเป็นไม่รับรู้ ทำให้ญวนขยายอิทธิพลเข้าไปในเขมรได้อย่างเปิดเผยและมีท่าทีขยายเข้าไปในลาว การขยายอิทธิพลและท่าทีไม่เป็นมิตรของญวน ดังประจักษ์จากการที่ญวนมีส่วนสนับสนุนอย่างลับๆ ในกรณีกบฏเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ รวมทั้งกรณีกษัตริย์เขมรต่อต้านอำนาจของไทย ทำให้ไทยไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป

อานามสยามยุทธ

ต่อมาพม่าต้องตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ประกอบกับไทยเลือกไม่ปะทะกับอังกฤษด้วยการขยายอิทธิพลลงไปในแหลมมลายู ทำให้รัชกาลที่ 3 สามารถเลือกเผชิญหน้ากับญวนทางตะวันออกได้อย่างเต็มที่ โดยทำสงครามกับญวนที่เรียกว่า สงครามอานามสยามยุทธ หรือสงครามไทยญวน ระหว่างพ.ศ. 2376 - 2390 ซึ่งเป็นสงคราม 14 ปี ระหว่างสองชนชาติใหญ่ที่เหลืออยู่ในขณะนั้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สงครามครั้งนั้นเกิดขึ้นเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในเขมร อันเป็นดินแดนกั้นกลางระหว่างไทยกับญวน สงครามที่เนิ่นนานเช่นนี้ก่อความเสียหายให้ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างมาก

การรบ

ใน พ.ศ. 2376เมืองไซง่อนก่อการจราจลโดยฝ่ายกบฏ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เป็น แม่ทัพบกยกกองทัพไปตีเขมรและหัวเมืองญวนลงไปถึงเมืองไซง่อนเพื่อช่วยฝ่ายกบฏ และให้เจ้าพระยาพระคลัง (ดิศ บุนนาค) เป็นแม่ทัพเรือไปตีหัวเมืองเขมรและญวนตามชายฝั่งทะเล โดยไปสมทบกับกองทัพบกที่เมืองไซง่อน ในส่วนของกองทัพเรือต้องยกกำลังไปหลายครั้งเช่นเดียวกับการรบทางบก
ในสงครามกับญวนครั้งนี้ เจ้าพระยาบดินทรฯ ได้สั่งให้ตัดศีรษะนายขำ บุตรคนที่ 18 ของท่านในข้อหาขลาดกลัวต่ออริราชศัตรู อันเป็นการลงโทษอย่างรุนแรง เป็นมาตรการที่ให้ไพร่พลเกิดความยำเกรงต่อกฎข้อบังคับและคำสั่ง จนเป็นกำลังไปสู่ชัยชนะได้
ใน พ.ศ. 2384 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เป็นแม่ทัพเรือยกกองทัพเรือ ไปตีเมืองโจดก เรือรบไทยที่เดินทางไปร่วมรบในครั้งนี้มี เรือกำปั่นพุทธอำนาจ เรือเทพโกสินทร์ เรือราชฤทธิ์ เรือวิทยาคม เรืออุดมเดช เรือค่าย เรือปักหลั่น และเรือมัจฉานุ ซึ่งใช้บรรทุกเสบียงอาหาร อย่างไรก็ดีการรบทางเรือครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากทหารไทยไม่ชำนาญภูมิประเทศ และเรือไทยมีสมรรถนะที่ด้อยกว่า เรือญวน (ดูรายละเอียดใน พลเรือตรี แชน ปัจจุสานนท์, 2508) ทั้งในเรื่องของขนาดและประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงเห็นความจำเป็นที่จะต้องต่อเรือรบใหม่เป็นเรือป้อมอย่างญวน สามารถติดตั้งปืนใหญ่ได้หลายกระบอก ทั้งนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังเป็น แม่กอง อำนวยการต่อเรือป้อมแบบญวนไว้ใช้ในราชการ 80 ลำ ในที่สุดการรบระหว่างญวนกับไทยที่ยืดเยื้อมาถึง 14 ปี ก็ต้องยุติลงโดยพระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ยกเลิกการศึกครั้งนี้และมีการเจรจาสงบศึกใน พ.ศ. 2390 เพราะ ทรงพิจารณาเห็นว่ามีแต่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรและกำลังคน เปรียบเหมือนว่ายน้ำท่ามกลางมหาสมุทรไม่เห็นเกาะเห็นฝั่ง
หาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ "อานามสยามยุทธ ว่าด้วยการสงครามระหว่างไทยกับลาว เขมรและญวน"

ผลสรุปของสงคราม

ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถรบชนะอีกฝ่ายได้เด็ดขาด ทำให้ต้องทำสนธิสัญญาสงบศึกกัน โดยไทยยังคงไว้ซึ่งสิทธิในการสถาปนากษัตริย์เขมร แต่เขมรก็ยังต้องส่งเครื่องบรรณาการแก่ญวนทุกๆ 3 ปี ถือเป็นข้อตกลงที่น่าพอใจทั้ง 2 ฝ่าย สงครามจึงยุติลง



credit :  หอมเป : http://board.postjung.com/601929.html

อาหารช่วยผลาญคอเรสเตอรอล สำหรับคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย

หากคุณมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น มีเซลลูไลท์ตามหน้าท้อง แขน ขา และสะโพก นั่นแสดงว่าอัตราการเผาผลาญคอเรสเตอรอลในร่างกายของคุณเริ่มลดลงแล้ว...แต่วันนี้เรามีวิธีการเลือกกินที่ถูกต้องมาฝากเพื่อจะช่วยให้การเผาผลาญคอเรสเตอรอลของคุณทำงานได้ดี มีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ...

 แอบเปิ้ล เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยประโยชน์ ในแอบเปิ้ลมีสารเพคติน ซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายในน้ำได้ สามารถดึงและขับคอเรสเตอรอลให้ออกมาจากร่างกายได้ดี อีกทั้งยังช่วยบำรุงหัวใจ ลดความดัน และควบคุมปริมาณน้ำตาลในร่างกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
 โยเกิร์ต นอกจากจะช่วยลดคอเรสเตอรอลในเลือดได้แล้ว ยังช่วยบำรุงผิวหน้า ผิวกายให้สวยเปล่งปลั่งอีกด้วย
 ถั่วเหลือง พืชตระกูลถั่ว จะมีโปรตีนสูง ทำให้รู้สึกอิ่มท้อง และทานได้น้อยลง
 มะเขือชนิดต่างๆ ทั้งมะเขือเทศ มะเขือเปราะ หรือจะเป็นมะเขือพวง ก็ล้วนแล้วแต่มีวิตามินซี สารเบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย
 กระเทียมสด มีสรรพคุณในการช่วยป้องกันโรคความดันโลหิต ลดระดับไขมัน และคอเรสเตอรอลในเส้นเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 หอมหัวใหญ่ สามารถช่วยป้องกันคอเรสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง และลดระดับไขมันได้ อีกทั้งสารสกัดจากหอมหัวใหญ่ ยังสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย



ใครที่ห่วงใยสุขภาพ อยากมีรูปร่างที่ดี และห่างไกลคอเรสเตอรอลก็หาของที่แนะนำติดตู้ที่บ้านไว้นะคะ ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์สม่ำเสมอ บวกกับออกกำลังกายเป็นประจำ เท่านี้คุณก็โบกมือลาคอเรสเตอรอลไปได้เลยค่ะ

credit :  Nemojung : http://women.postjung.com/1155.html

มนุษย์ต่างดาว


เป็นคำบอกเล่าของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
เมื่อ วันที่ 27-29 มิถุนายน 2540 บริษัทเดอะสแตลเลี่ยน อินโฟมีเด๊ย จำกัด ผู้ผลิตรายการ"เรื่องจริงที่เหลือเชื่อ" ซึ่งออกอากาศทุกคืนวันจันทร์เวลา 23.20 น. ร่วมกับห้างสรรสินค้าเดอะมอลล์และ ITV จัดงานสัมมนาครั้งแรกของประเทศไทยในหัวเรื่อง"มนุษย์ต่างดาว" ณ ห้อง Convention Center เดอะมอลล์บางกะปิ โดยงานจะแบ่งเป็นส่วนคือส่วนของนิทรรศการและ สมมนามนุษย์ต่างดาว 
การ สัมมนาจัดขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน เริ่มงานเวลา 13.00 น. โดยมีนายปราโมทย์ ตรีวัฒนานนท์ เจ้าของรายการเป็นพิธีกร การสัมมนาครั้งนี้มีการฉาย VTR แสดงหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว จากทั่วทุกมุมโลก ฟิล์มการผ่าตัดศพมนุษย์ต่างดาว พร้อมเจาะลึกทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องจากนักวิชาการผู้ทรง คุณวุฒิ 6 ท่านสลับกับการให้ผู้ชมได้ซักถามข้อสงสัยการแสดงความคิดเห็นหรือเล่า ประสบการณ์ที่เคยพบเห็น จานบินจนกระทั่งปิดการสัมมนาเวลาประมาณ 19.00 น. 
ข้อมูล จากการสัมมานาครั้งนี้มีผู้ทรงคุณวุฒิในวงการวิทยาศาสตร์ได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องมนุยษ์ต่างดาว ให้ผู้สนใจจำนวนมากฟัง 
ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา กล่าวตอนหนึ่งว่า 14 ครั้งที่ผมเคยเห็นจานบินมีลักษณะแตกต่างกันไปบ้างมีอยู่ครั้งเดียวที่เห็นเป็นจานกลมๆ ที่สวิตเซอร์แลนด์นอกนั้นจะอยู่ไกลซึ่งมองเห็นไม่ชัดด้วยตาเปล่า ยกเว้นที่จังหวัดขอนแก่น ผมเห็นลักษณะเหมือนไข่สีส้มๆมีแสงสว่างของมันเอง วิ่งไปช้าๆ แต่ที่แปลกก็คือ มันมีแสงสว่างเล็กๆ 5 ดวงวิ่งไปวิ่งมารอบๆรูปไข่ที่กำลังวิ่งไป แสงนั้นเป็นแสงสีขาวๆเหลือง ๆ ไม่เหมือนยานแม่รูปไข่ นอกนั้นผมจะเห็นแสงสว่างเหมือนดาวมากกว่า คือเล็กมาก วิ่งในลักษณะไม่เหมือนกับดาว เพราะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วก็เปลี่ยนทิศทางเป็นมุมฉาก 90 องศา โดยไม่มีการโค้งหรือช้าลงเลย 
ผมฝึกสมาธิ 40 กว่าปีแล้ว ทุกครั้งผมเห็นจากบินผมจะรู้สึกมีความสงบ ความสุข ไม่ได้เกิดความวิตกกังวลความกลัวเลย มันมีพลังบางอย่างที่ผมเชื่อว่าดี 
ผมจะชี้แจงว่าทำไมเขาถึงมาโลกนี้ เขา กำลังจะมาบุกโลกอีก 25 ปี เขาจำเป็นต้องมาสำรวจแผนที่ในโลกนี้ว่า มีกองทัพอยู่ที่ไหน อะไรต่างๆ และเขาถึงกับวางแผนว่า มนุษย์ดาวอังคารจะบุกมาแถบเอเชีย ส่วนดาวศุกร์จะไปแถบอเมริกาและยุโรป ที่เขาจำเป็นต้องรอถึง 25 ปีเพราะขณะนี้เขายังไม่พร้อมเขาจะบุกเพียง 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น 
รศ.ดร. พิชัยกล่าวว่ามนุษย์ต่างดาวมีจิตวิญญาณค่อนข้างสูง โดยปกติแล้วเขาจะไม่รุกรานใคร แต่ใครอย่ามารุกรานเขา 
การ ที่จะติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวมีอยู่ทางเดียวเท่านั้นคือ ทางจิตวิญญาณและจะต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตสูงและข้อมูลที่ได้รับมาอาจจะแตก ต่างกัน การที่เราได้ข้อมูลมากแค่ไหนก็อยู่ที่พลังจิตของผู้นั้นว่า ส่งจิตวิญญาณไปถึงเขาและเขาจะต้อนรับอย่างไร

credit :  มังกรกะปี๊ดกะปี๊ด : http://board.postjung.com/602192.html

10 อันดับอาหาร ที่คนกินแล้ว แพ้

1.ถั่ว

2.อาหารทะเล อาทิ กุ้ง หมึก ปู ปลา หอย โดยเฉพาะหอยเป๋าฮื้อ

3. นม

4. ข้าวสาลี

5.ไข่

6. ผลไม้สด

7.ผักสด

8.เนยแข็ง

9.ผงฟู


10. โปรตีนถั่วเหลือง


credit :   ลูกชายนายอำเภอ : http://board.postjung.com/602364.html




จักรวาล ความยิ่งใหญ่ที่ควรรู้

อวกาศ มีความลึกและไกล ในวันนี้เชื่อว่ามีระยะทาง 14 พันล้านปีแสง เดิมทีเดียว ในอดีตจักรวาล ปรากฎขึ้นหลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ (Big bang) เริ่มจากการก่อตัวของดาว ดวงแรกเพียงดวงเดียว หลังจากนั้นจึงมี การวิวัฒน์อย่างสืบเนื่อง ของจักรวาล มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และขยายตัวต่อเนื่องทุกวินาที  และมีดาวจำนวน   จำนวน 30 พันล้าน- พันพันล้านดวง








มองออกไปยังท้องฟ้า กาแล็คซี่ ระยะไกล 7 พันล้านปีแสง ภาพที่เห็นกำลังแสดง



กาแล็คซี่ อายุเท่ากับจักรวาลเกิดมา ครึ่งทาง คือ 6.7 พันล้านปี (จักรวาลปรากฎ
หลังจากการระเบิดของ Big Bang 13.7 พันล้านปี)

ถ้ามองออกไปยัง กาแล็คซี่ ระยะไกลไปอีก 12 พันล้านปีแสง ภาพที่เห็นกำลัง
แสดงกาแล็คซี่ อายุเท่ากับจักรวาลเกิดมา 1.7 พันล้านปี

ระยะที่ไกลไปกว่า 14 พันล้านปีแสง ไม่สามารถที่จะเห็นอะไรได้เลย ไม่มีคลื่น
คลื่นแสงใดๆ เพราะเป็นเวลาก่อนจักรวาลเกิด

ดังนั้นการมองออกไปข้างนอกในอวกาศ เท่ากับเห็นเหตุการณ์อดีตเพราะภาพที่
เห็นนั้น เดินทางด้วยแสงมาสู่สายตาเรา ยิ่งไกลมากยิ่งเป็นเหตุการณ์อดีตมากขึ้น
ไปเรื่อยๆตามลำดับ


คำว่า ปีแสง (Light year) คือ การวัดระยะแสง (หรือการแผ่รังสีใดๆ) เดินทางใน



สูญญากาศเท่ากับ 1 ปี (ของเขต Tropical zone) โดยมีความเร็ว 300,000 กม. ต่อวินาทีเพราะฉะนั้นแสงเดินทาง 1 ปีเท่ากับ 9,500,000,000,000 กม.

สำหรับ Astronomical Unit (AU) เป็นหน่วยวัดระยะทางดาราศาสตร์ คิดจากค่า
เฉลี่ยระยะทางระหว่าง โลกและดวงอาทิตย์ เท่ากับ 1 AU. (150 ล้านกม. หรือ
93 ล้านไมล์) ซึ่งใช้บอกระยะทางในระบบสุริยะ เช่น ดาวพลูโต (Pluto) มีระยะ
ทางห่างจากดวงอาทิตย์ 40 AU.

เช่น ดวงอาิทิตย์มีระยะทางห่างจากโลก 150 ล้านกิโลเมตร แสงใช้เวลาเดินทาง
มาสู่โลก 8.3 นาที เท่ากับภาพดวงอาทิตย์ มิใช่เวลาปัจจุบันเท่ากับโลก แต่เป็น
เหตุการณ์อดีต ที่ผ่านมาแล้ว 8.3 นาที

ในทำนองเดียวกัน Sirius ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเรา 8 ปีแสง ระยะทางดังกล่าวเท่ากับ
แสงเดินทาง 8 ปีเมื่อแสง จึงมองเห็นดาว Sirius แต่เป็นภาพของอดีต 8 ปีที่แล้ว

และถ้าระยะ 1,000,000 ปีแสง ของบางกาแล็คซี่ (Galaxy) ก็กำลังมองอดีตที่
ผ่านมาเท่ากับระยะ การเดินทางของแสงคือ อดีต 1,000,000 ปี มาแล้ว

ไม่ว่าภาพถ่ายใดๆ ที่เราเห็นทั้งหมดของจักรวาล เป็นสิ่งปรากฏขึ้นในอดีตแต่จะ
นานเพียงใด ขึ้นอยู่กับระยะ ของตำแหน่งกลุ่มวัตถุนั้นๆ



 คราวนี้เอาดวงอาทิตย์ ไปประกวดประชันกับดวงอาทิตย์ กับระบบสุริยะอื่น จะพบ



ว่าดวงอาทิตย์ ตกไปอยู่อันดับสุดท้าย




ทำนองเดียวในตอนกลางคืนจะเห็น ดาว Sirius สว่างสุกใสมาก เมื่อมองจากโลก



โดยมองเห็นขนาดใหญ่กว่า ดาว Arcturus ทั้งที่ดาว Sirius เล็กกว่ามาก (เทียบ
ตามสัดส่วนในภาพ) เพราะว่าดาว Sirius อยู่ใกล้โลกกว่า Arcturus

ความเป็นจริงดาวในจักรวาล ส่วนมากจะมีขนาดใหญ่ (ขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์
ก็พบบ้างแต่น้อย และส่วนใหญ่เล็กกว่าดวงอาทิตย์ มักเป็นประเภท Hot Jupiters



สำหรับบางกรณีที่กล่าวว่าใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ เพราะเป็นลักษณะพัฒนาการซึ่ง



มีการขยายตัว ด้วยการเผาไหม้ตนเอง ยิ่งมีขนาดใหญ่ยักษ์ เรียกว่า ดาวยักษ์
สีแดง (Red giants) บางครั้งใหญ่มากๆ เรียกว่า Supergiants ทั้งหมดนี้แสดงว่า
กำลังเข้าสู่วัยชราจะกลายเป็นดาวหมดอายุขัย (The End of Stars) สิ้นสภาพ
ในที่สุด



สำหรับดาวกำเนิดใหม่ (Stars Birth) มีการสำรวจพบอยู่บ้างซึ่งมีขนาดใหญ่ยักษ์
มากเช่นกัน เรียกว่า Hypergiant Star อาจมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 30-70 เท่า


เบื้องต้นในระบบสุริยะ ดาวพฤหัส เป็นดาวเคราะห์ มีขนาดใหญ่ที่สุด ส่วน ดาวพูลโต เป็นดาวเคราะห์แคระ(น้ำแข็ง) ที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งในความจริงดาวเคราะห์แคระ สำรวจพบอีกเป็นจำนวนมากในบริเวณสุดขอบสุริยะที่หนาวเย็นจัดเรียกว่าพิภพน้ำแข็ง (Ice worlds) แต่ในที่นี้ยกตัวอย่างเพียงดาวพูลโต

กลับมาทบทวนภาพรวม ระบบสุริยะกันอีกที ว่ามีอะไรบ้างในอาณาเขตนี้นอกจาก

ดาวเคราะห์ต่างๆ ซึ่งในระบบสุริยะ มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง โดยวงโคจรชั้นใน



มีดาวพุธดาวศุกร์โลกและดาวอังคารตามลำดับนั้น ยังสามารถพบวัตถุอื่นๆ ได้อีก
มากมาย เช่น ระหว่างวงโคจรดาวอังคาร กับดาวพฤหัส ยังมี กลุ่มดาวเคราะห์น้อย (Asteroid)โคจรห้อมล้อมเป็นจำนวนมาก นับล้านวัตถุเรียกว่า แถบดาวเคราะห์น้อย (Main Asteroid Belt) และยังมี อีกกลุ่มใหญ่ บริเวณด้านหน้าด้านหลัง ตามแนววงโคจรดาวพฤหัส กลุ่มนี้เรียกว่า Trojan Asteroids ดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กไม่กี่เมตร จนระดับเป็นร้อยกิโลเมตร ขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ1,000 กม.



บางครั้งวัตถุประเภทนี้ มีอันตรายต่อโลก ด้วยการโคจรเข้าใกล้โลก ด้วยแรงดึง



ดูดของดวงอาทิตย์และแรงผลักจากดาวพฤหัส หรือจากกลไกอื่นๆในระบบสุริยะ
อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสพุ่งชนปะทะโลก หรือเฉียดโลกสามารถทราบล่วง
หน้าได้อย่างน้อย 100-1,000 ปี กลุ่มวัตถุเหล่านี้ เป็นวัตถุใกล้โลก (Near-Earth
Objects) ที่อาจทำอันตรายต่อโลกได้

ส่วนใหญ่มีรูปร่าง เหมือนหัวมันฝรั่ง บางส่วนมีวงโคจรที่อ่อนแอไม่เสถียรด้วยแรง
เพราะขาดพลังงานจากภายในแกนของวัตถุนั้นๆเอง

ถัดไประบบสุริยะชั้นนอก บริเวณใกล้แนวเส้นทางโคจรของดาวพูลโต บริเวณนั้น
เรียกว่าแถบไคเปอร์ (Kuiper betl) ทั้งหมดคล้ายแผ่นแบนโดยรอบกลม มีความ
หลายหลากของวัตถุ เต็มด้วยของเศษซาก น้ำแข็ง

นอกนั้นยังมี ดาวหาง (Comet) ที่โคจรมาจากบริเวณเมฆออร์ต (The Oort Cloud) (ระหว่างชายแดนสุริยะ) อีกจำนวนมาก ประมาณ 1,000,000,000,000 ดวง

บริเวณ ขอบสุริยะเชื่อว่า เป็นแหล่งกำเนิดดาวหาง เป็นจำนวนมาก มีวงโคจรระยะ ไกลมาก จากบริเวณดังกล่าวเข้าสู่ระบบสุริยะ และเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ดังนั้นมัก
จะได้รับรายงานข่าว เช่น ดาวหางโคจรเข้ามาใกล้โลกจะพบเห็นได้ใหม่ แต่ละครั้งนับหลายสิบปีหรือนับร้อยปี ด้วยระยะไกลของวงโคจรนั่นเอง


galaxy ทางช้างเผือกของเรา

ทางช้างเผือกมีลักษณะเป็นแผ่นจานแบน ส่วนตรงกลางจะเป็นรูปทรงที่โป่งออกมาถ้ามองจากพื้นโลก เท่ากับเราจะอยู่ในท่ามกลาง กลุ่มดาว เพราะระบบสุริยะเราอยู่ ใน Milky Way Galaxy หรือทางช้างเผือกนั่นเอง การสำรวจผ่านระยะทาง 100,000ปีแสง กำลังมุ่งหน้าสู่ด้านลึกเข้าไปในจักรวาลต่อไป


จักรวาลยังมี กาแล็คซี่ เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ที่มีความใหญ่โตกว่าทางช้างเผือก



และบางแห่งมีอายุกำเนิดเก่าแก่มาก และบางแห่งชนปะทะร่วมกันเป็นขนาดใหญ่
ขึ้น รวมทั้งในอนาคตอีกยาวไกล Milky Way Galaxy มีความเป็นไปได้ที่จะชน
ปะทะ Andromeda Galaxy แล้วรวมกันเป็น Milkomeda Galaxy


ถึงวาระสุดทาง การสำรวจขนาดจักรวาลระยะ 14 พันล้านปีแสง 




The Hubble Deep Field ภาพถ่ายจักรวาลระยะทางราว 5-10 พันล้านปีแสง
แสดงให้เห็น ความแน่นหนาของกลุ่มกาแล็คซี (บางส่วน) โดยในห้วงระยะทาง
ไกลโพ้นประกอบด้วย 
กระจุกกาแล็คซี่ (Superclusters) จำนวน 10 ล้านกระจุก




กลุ่มกาแล็คซี่ (Galaxy groups) จำนวน 25 พันล้านกลุ่ม 
กาแล็คซี่ขนาดใหญ่ (Large galaxies) จำนวน 350 พันล้านกาแล็คซี่ 
กาแล็คซี่แคระ (Dwarf galaxies) จำนวน 7 พันพันล้านกาแล็คซี่ 
ดาว (Star) จำนวน 30 พันล้าน- พันพันล้านดวง

*ทั้งนี้ยังไม่รวม ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ วัตถุอื่นๆ ในระบบสุริยะอื่น เหตุเพราะ
  ยังสำรวจยากจากระยะไกล และแสงสว่างน้อย มีขนาดเล็ก (เชื่อว่ามีจำนวนกว่า
  1,000 เท่า ของจำนวนดาวในจักรวาล และยังไม่รวมวัตถุที่ไม่สามารถมองเห็น
  แบบ Visible เช่น หลุมดำ (Black Hole) เนบิวล่า (Nebula) เป็นต้น



เมื่อจักรวาล มีขนาดลึก 14 พันล้านปีแสง ทางช้างเผือกมีขนาด 100,000 ปีแสง โลกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 6,300 กม. แล้วตัวเรามีขนาดสัดส่วนเท่าไร ? เมื่อเทียบกับขนาดทั้งหมดของจักรวาล ที่เราอาศัยอยู่ เพราะเราก็คือส่วนหนึ่งของจักรวาลด้วย


เรายังตั้งสมมุติฐาน ไว้อีกว่ามีจักรวาลอื่นอีกหรือไม่ (Another universe) ?
และถ้ามีจะมีอีกกี่จักรวาล ? แต่ละจักรวาลจะมีขนาดเท่าใด ?
และแต่ละจักรวาลมีอีกกี่มิติ (Invisible universal) ที่มองไม่เห็น ?



credit :  มังกรกะปี๊ดกะปี๊ด : http://board.postjung.com/602390.html